เทคนิคการเจรจาหนี้แบบนี้ได้ผล

วัฏจักรสงสารของคนส่วนมากมันจะเป็นแบบนี้นะครับ พ่อเป็นหนี้เสร็จปุ๊บ ก็จะใช้หนี้ไม่ไหว ก็จะพยายามไปกู้หนี้เพื่อมาใช้หนี้ ซึ่งคนส่วนใหญ่จะเป็นอย่างนี้จริงๆ เพราะมนุษย์ชอบให้ความหวังตัวเอง ว่าเดี๋ยวเดือนหน้าคงจะดีขึ้นหรือปีหน้าอาจจะดีขึ้น เพราะคนส่วนมากจะคิดว่าไม่เป็นไรถ้าเราเอาเงินจากอนาคตมาใช้จากก้อนอื่นมาโปะก้อนนี้ก็คงไม่เป็นไร แต่ขอแค่ให้มันหมุนได้ก่อนเพราะช่วงนี้มันหมุนไม่ทัน

และการที่จะทำให้คุณรู้ว่า คุณหมุนเงินทันหรือไม่ทันเนี่ย คุณจะต้องทำงบทางการเงินซะก่อน แล้วมันจะทำให้คุณรู้ว่า คุณจะหมุนเงินทันหรือไม่ เพราะการเจรจากหนี้เป็นเพียงแค่ปลายทางเท่านั้น ที่คุณจะไปเจรจาต่อรอง ให้ยอดผ่อนของหนี้สิน ของคุณลดลงเท่านั้น ซึ่งคุณควรจำไว้เลยนะครับว่า การทำให้กระแสเงินสดเป็นบวกนั้นสำคัญที่สุด เพราะถ้าวันนี้กระแสเงินสดของคุณนั้นเป็นลบ ซึ่งภาษาของชาวบ้านก็คือ เงินไม่พอใช้ ซึ่งคุณจะต้องหยุดจ่ายหนี้ และทำให้ดอกเบี้ยมันเพิ่มขึ้นนะครับ

ซึ่งคนที่เป็นหนี้อันดับแรกเลยก็คือ คุณจะต้องยอมรับก่อนว่าคุณเป็นหนี้และคุณก็จ่ายไม่ไหว ซึ่งหลายคนมักจะไม่ยอมรับว่าตัวเองจะจ่ายไม่ไหวแล้ว คิดแค่ว่าเดี๋ยวมันก็คงจะดีขึ้น ซึ่งผมจะบอกได้เลยนะครับว่าคนส่วนใหญ่มักจะให้กำลังใจแก่ตัวเองแบบผิดๆ ซึ่งการที่คุณจะใช้หนี้หมดได้คุณจะต้องยอมรับกับตัวเองก่อนว่า คุณเป็นหนี้และคุณก็จ่ายไม่ไหวแล้วตอนนี้ ซึ่งการเอาเงินไปให้เจ้าหนี้ของคุณนั้น เพราะอะไร

1.เพราะว่าคุณโดนทวงหนี้ใช่ไหมครับ

2.คุณโดนกดดัน

3.หน้าที่ทางการงานอาจจะทำให้คุณหน้าบางลง กลัวว่าเขาจะมาทวงต่อหน้าคนอื่น กลัวว่าเขาอาจจะประจานทางโซเชียล แล้วคุณจะต้องเข้าใจเจ้าหนี้ก่อนว่า การที่เขาเอาคุณไปประจานในโซเชียลเพื่ออะไร เพราะเขาโมโหเพราะว่าคุณอาจจะไม่คุยหรือเจรจากับเขา โดยที่คุณไม่สื่อสารกับเขาว่า สถานการณ์การเงินของคุณนั้นเกิดอะไรขึ้น อันนี้คือการเงินนอกระบบนะครับ แต่ถ้าเป็นการเงินในระบบ เขาก็จะโทรหาคุณ แล้วจะเท่ห์แบบจิกจิกจิกด้วยนะครับ ซึ่งมันจะเป็นการรีดเลือดออกจากตัวปู คือเค้าจะตามเก็บคุณในทุกๆอณู เพื่อให้คุณยอมจ่ายหนี้ของเขา เพราะเขาต้องการที่จะอยากได้เงินของเขาคืนถูกไหมครับ พ่อคุณนับเป็นนี้เค้า

เพราะถ้าวันนี้คุณคิดว่า indeem คนเป็นเจ้าหนี้เหมือนกันกับเขาบ้าง และถ้ามีคนยืมตังคุณไปคุณก็คงยากจะได้คืนใช่ไหมครับ

4.คุณจะต้องมีสติ

นั้นก็คือคนที่พยายามจะไปกู้หนี้ และกลัวว่าเขาจะด่า กลัวว่าเขาจะไปฟ้องศาล กลัวว่าเขาจะยึดทรัพย์กลัวว่าพ่อแม่จะรู้และกลัวว่าครอบครัวจะด่า ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเป็นอย่างนี้ ซึ่งสิ่งที่เขาอาจจะขู่คุณได้ก็มี การฟ้องศาล ซึ่งคุณจะต้องเข้าใจก่อนนะครับว่าการเป็นหนี้ ที่ไม่ได้ฉ้อโกง คุณจะเป็นแค่คดีแพ่งนะครับไม่ใช่คดีอาญา สามารถยกฟ้องได้หรือสามารถเจรจาต่อหน้าศาลได้นะครับ

เพราะการเป็นหนี้ไม่ใช่การฆ่าคนตายนะครับ คุณอาจจะเป็นคดีแพ่งอยู่ และเกิดการฟ้องร้องใดถ้าคุณไม่ใช้หนี้สินนั้น และถ้าคุณไม่ได้ฉ้อโกงโอกาสที่คุณจะติดคุกนั้นแทบจะไม่มี ถ้าคุณมีความรู้คุณจะสามารถรู้ได้เลยครับว่า การที่เขาขู่ว่าเขาจะฟ้องศาลนั้น คุณสามารถเคลียร์ได้ครับ  ซึ่งถ้าดอกเบี้ยมันเยอะคุณก็จะจ่ายไม่ไหวใช่ไหมครับและถ้าเป็นแบบนั้น เขาก็จะโทรหาคุณและติดต่อคุณในช่วงสามเดือน แรกๆและกดดันคุณ อาจจะบ่อยมากก็ได้ครับ

คุณต้องฟังผมนะครับถ้าคุณไม่มีตังค์จ่ายจริงๆคุณก็บอกเขาไปว่าคุณไม่มีจ่ายจริงๆ และถ้าเขาขู่คุณว่าเขาจะฟ้องศาล แล้วถ้าเป็นอย่างนั้นคุณก็ต้องไปขึ้นที่ที่ศาลจริงๆ เพราะถ้าคุณมัวแต่ไปยืมคนอื่น เพื่อมาโปะหนี้ก้อนนี้จริงๆ มันก็จะกลายเป็นภาระของคนอื่นด้วยนะครับ เช่นการที่คุณยืมเงินของเพื่อนคุณมาจ่ายดอก แล้วคุณก็จ่ายไปแบบไม่หมดไม่สิ้นสักที และถ้าคุณเป็นหนี้คุณก็ต้องใช้นี้เสมอนะครับ

แต่การที่คุณจ่ายนี้ทีละนิดทีละหน่อยดอกเบี้ยมันก็อาจจะยาวขึ้น ซึ่งมันก็ไม่เป็นผลกับชีวิตของคุณ เพราะยอดหนี้มันไม่ลดเท่าไหร่ ซึ่งเจ้าหนี้เขาจะเจรจาเฉพาะคนที่ไม่ไหวจริงๆแล้ว ซึ่งคุณก็จะต้องแสดงให้เห็นว่าคุณนั้นไม่ไหวจริงๆแล้ว เพื่อที่จะได้ขอความเมตตาเค้าให้ลดดอกเบี้ย และคุณก็จะอาจจะได้ใช้แค่ต้นของมันเท่านั้นนะครับ

Bookmark the permalink.